โฟโต้แคตตาลิสคืออะไร |
| |
การทำงานของสารกระตุ้นแสงโดยทั่วไป
- เมื่อถูกแสงจะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีขึ้น เช่นเดียวกับการสังเคราะห์แสงของพืช
- เมื่อพื้นผิวของไททาเนียมไดออกไซด์ถูกแสง จะก่อให้เกิดแอ็คทีฟออกซิเจนอย่างรุนแรง และทำการย่อยสลายสารอินทรีย์ต่างๆ ที่มีพิษให้เป็นน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์ที่ไร้สารพิษ
|
| |
 |
|
| |
การค้นพบการใช้สารกระตุ้นแสง
- จากแบนแค้ป 30.2 eV ที่มีอยู่ในสารกระตุ้นแสงไททาเนียมไดออกไซด์ในรูปของก๊าซ จะก่อให้เกิดไฮดรอกซิลแรดดิเคิลที่มีกำลังออกไซด์สูงมากและไฮดรอกซิลแรดดิเคิลนี้ จะทำให้โมเลกุลที่เกาะรวมกันอยู่ในสารอินทรีย์แตกตัวและย่อยสลายลง
พลังงานของสารออกซิไดเซอร์ที่สำคัญ
สารออกซิไดเซอร์ |
ความต่างศักย์ไฟฟ้า (V) |
|
2.80 |
O3 (โอโซน)
| 2.07 |
H2O2 (äÎâ´Ãਹเปอร์ออกไซด์) |
1.77 |
|
ClO2(กรดไฮโปคลอราช) |
1.49 |
Cl (คลอไรด์) |
1.36 |
ความต่างศักย์ไฟฟ้ายิ่งสูง จะยิ่งมีความสามารถในการย่อยสลายสูง |
| |
การทำงานของโฟโต้แคตตาลิสเป็นอย่างไร |
| |
การรวมตัวกันของแร่แอพาไทต์์กับไททาเนียมไดออกไซด์
- วัสดุสารประกอบเซรามิคที่เคลือบด้วยแร่แอพาไทต์์บนพื้นผิวของไททาเนียมไดออกไซด์ จะเป็นการเสริมข้อย่อยและดึงข้อดีของแอพาไทต์กับไททาเนียมไดออกไซด์ออกมา จุดเด่นของวัสดุที่ประกอบรวมกันนี้มี 3 ข้อดังต่อไปนี้คือ
- 1. มีประสิทธิภาพในการดูดจับและย่อยสลาย เป็นวัสดุที่มีความสามารถหลากหลาย โดยแร่แอพาไทต์์จะดูดจับสิ่งต่างๆ เช่น เชื้อโรค, ไวรัส, หรือกลิ่นแอมโมเนีย แล้วไททาเนียมไดออกไซด์จะทำการย่อยสลาย กล่าวคือ ประสิทธิภาพในการดูดจับของแอพาไทต์์จะเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะให้สารกระตุ้นแสงทำการย่อยสลายสารต่างๆเหล่านั้น ทั้งนี้จะสามารถใช้งานต่อเนื่องไปได้อย่างกึ่งถาวร
- 2. สสารต่างๆ เช่น เชื้อโรคที่แอพาไทต์ดูดจับไว้ในเวลากลางคืน พอถูกแสงในเวลากลางวัน ก็จะแตกตัวและย่อยสลายไปจากการทำงานของสารกระตุ้นแสง
- 3. แอพาไทต์ไม่เพียงแต่มีประสิทธิภาพในการดูดจับเท่านั้น ยังทำการแยกสารอินทรย์ออกจากสารกระตุ้นแสงได้ด้วย แต่ทว่า ถึงแม้ไททาเนียมไดออกไซด์ที่เคลือบด้วยแร่แอพาไทต์นี้จะผสมรวมอยู่กับตัวกลางต่างๆ เช่น พลาสติก, เส้นใย หรืกระดาษก็ตาม ตัววัสดุเหล่านั้นก็จะไม่ย่อยสลายตามไปด้ÇÂ
|
|
|
กลางวัน : ดูดจับ, ย่อยสลาย
กลางคืน : ดูดจับอย่างเดียว
|
| |
ประสิทธิภาพของสารกระตุ้นแสงและการนำสารกระตุ้นแสงไปใช้งาน
|
| |
ประสิทธิภาพของสารกระตุุ้้นแสง
- ระงับการขยายพันธุ์ของเชื้อโรค (ประสิทธิภาพในการต่อต้านเชื้อโรค)ทำให้อากาศสะอาด (ประสิทธิภาพในการดับกลิ่น)
- ทำให้น้ำสะอาด
- ป้องกันคราบสกปรก (ประสิทธิภาพในการป้องกันความสกปรก) เนื่องจากปฏิกิริยาของสารกระตุ้นแสงเหล่านี้ เป็นขั้นตอนที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า จึงเป็นที่คาดหวังว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งแต่เดิมเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ยาก และแล้วสินค้าจำนวนมากมายที่อาศัยเทคโนโลยีอันยอดเยี่ยมนี้ก็ได้เกิดขึ้นในโลก และการสร้างสินค้าที่เป็นที่ต้องการชนิดอื่นๆ จากเทคโนโลยีด้านสารกระตุ้นแสงที่ยังคงพัฒนาต่อไปเรื่อยๆนี้ ก็จะไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป
การนำสารกระตุุ้้นแสงไปใช้งาน
- เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย กำจัดสารที่มีกลิ่นเหม็นและมีพิษ (เช่น ฟอร์มอลดิไฮด์, voc) ดับกลิ่นขยะสด, กลิ่นในตู้เย็น หรือในตู้เก็บรองเท้า กำจัดเชื้อราภายในห้อง เป็นต้น
- เกี่ยวกับอาหาร ระงับการขยายพันธุ์ของเชื้อโรคหรือเชื้อรา, รักษาความสะอาดของผักและเนื้อสัตว์
- การทำให้น้ำสะอาด ระงับการเกิดเชื้อโรคหรือตะใคร่น้ำ, รักษาคุณภาพน้ำในอ่างอาบน้ำหรือสระว่ายน้ำ
- เกี่ยวกับโรงพยาบาลหรือสถานดูแลรักษา กำจัดกลิ่นและเชื้อโรคภายในห้อง, ป้องกันการติดเชื้อจากไวรัสหรือ MRSA, กำจัดกลิ่นในห้องน้ำหรือห้องเก็บของสกปรกต่างๆ, ดูแลรักษาสภาพในห้องผ่าตัดหรือห้องปลอดเชื้อ
- ฝาผนังภายนอก รักษาผนังภายนอกให้แลดูสวยงาม, กำจัดไนโตรเจนไดออกไซด์ในบรรยากาศ เป็นต้น
- เกี่ยวกับการคมนาคม กำจัด NOX และป้องกันการสกปรกของราวจับ, อุโมงค์ หรือผนังเก็บเสียง เป็นต้น รักษาสภาพของป้ายประกาศ, แสงไฟ, และสัญญาณไฟตามท้องถนน
- เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง กำจัดกลิ่นของสัตว์เลี้ยง, ป้องกันการติดเชื้อ(เช่น ไวรัสพาร์โว)
- สถานที่ทำงาน กำจัดกลิ่นในสถานที่สูบบุหรี่และป้องกันคราบสกปรกจากนิโคติน, กำจัดกลิ่นในห้องน้ำและทำความสะอาดน้ำดื่ม
สินค้าที่ใช้สารกระตุ้นแสง
- มู่ลี่สารกระตุ้นแสง
- เครื่องฟอกอากาศสารกระตุ้นแสง
- เครื่องปรับอากาศสารกระตุ้นแสง
- ตู้เย็นสารกระตุ้นแสงซึ่งมีความสามารถในการกำจัดกลิ่น
- ต้่นไม้ประดิษฐ์สารกระตุ้นแสง
- ผ้าขนหนูสารกระตุ้นแสง
- ถุงเท้าสารกระตุ้นแสง
- สเปรย์สารกระตุ้นแสงกำจัดเชื้อโรค
- ทรายสารกระตุ้นแสงกำจัดเชื้อโรค
- เม็ดสารกระตุ้นแสงทำความสะอาดน้ำ
วิธีทดสอบประเมินความสามารถของสารกระตุ้นแสง
- ทางสมาพันธ์สินค้าเกี่ยวกับสารกระตุ้นแสง ได้ดำเนินการติดต่อโดนมีเป้าหมายขอมาตรฐานอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (JIS = Japanese Industrial Standard) ให้ได้ในปี 2007 และในอนาคตก็จะทำการขอมาตรฐาน ISO ต่อไป ทั้งนี้ กล่าวได้ว่าจนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการควบคุมมาตรฐานของสินค้า จึงอาจมีสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานบางส่วนออกสู่ท้องตลาด เพื่อเป็นการก้าวนำหน้า จึงได้มีการกำหนดมาตรฐานส่วนตัวเ่่ีีกี่ยวกับสินค้าขึ้น สินค้าที่ได้มาตรฐานตามวิธีการทดสอบจะได้เครื่ิองหมายรับรองมาตรฐานสารกระตุ้นแสง (เครื่องหมาย SITPA) โดยที่ผู้ผลิตสามารถนำติดลงบนสินค้าได้
กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารกระตุ้นแสง
(สารทาเคลือบ)
- สารละลายน้ำผสมกับแอพาไทต์สำหรับทาในห้อง
- สารละลายน้ำสำหรับทาภายนอกห้อง
- สีเคลือบสำหรับใช้เฉพาะด้าน
- การผสมเพื่อใช้งานด้านอื่นๆ
(สินค้า)
- สเปรย์สารกระตุ้นแสง, ฮิการิคิลเลอร์
- สินค้าประเภทเส้นใย เช่น ผ้าขนหนู, ถุงเท้า
- วัสดุก่อสร้าง เช่น กระเบื้องสารกระตุ้นแสง, แผ่นฟิล์มสารกระตุ้นแสง
- เม็ดกระจกสารกระตุ้นแสงซึ่งมีน้ำหนักเบา, ชุบสารกระตุ้นแสง, ทรายสารกระตุ้นแสงกำจัดเชื้อโรค
- โคมไฟอาร์ทสารกระตุ้นแสง
(บริการเคลือบสารกระตุ้นแสง)
- ทำการเคลือบสารกระตุ้นแสงให้กับสินค้าประเภทเส้นใยที่ท่านมีอยู่แล้ว
- ทำการเคลือบสารกระตุ้นแสงให้กับวัสดุต่างๆ ที่ใช้อยู่ในบริษัทของท่าน
|
| |
การพิสูจน์ประสิทธิภาพของสารกระตุ้นแสง |
การควบคุมวัชพืชในน้ำ
(ใช้แผ่นที่ฉีดสาร¹Òâ¹มิค)
 
ใช้แผ่นฉีดสาร¹Òโนมิค
|
ไม่ได้ใช้แผ่นฉีดสาร¹Òโนมิค
|
แท้งค์น้ำขนาด 35 ลิตร หลังจากตั้งทิ้งไว้ 44 วัน โดยมีอุณหภูมิน้ำ 19 °C
(ใช้โฟโต้แซนด์ซึ่งเคลือบสาร¹Òโนมิค)
เตรียมทรายเคลือบสารกระตุ้นแสงกำจัดเชื้อโรคกับทรายที่ไม่ได้เคลือบสารกระตุ้นแสง ดังภาพข้างล่างทางซ้ายแบ่งลงในสีย้อมเมธธิลีีน้ำเงิน หลังจากเริ่มทดลองโดยให้อยู่ในสภาพใกล้เคียงกับการถูกแสงอัลตราไวโอเลตภายนอกห้อง

ประมาณ 24 ชั่วโมงผ่านไป ทรายที่เคลือบสารกระตุ้นแสงไว้ สีจะจางออกจนสว่างขึ้นดังภาพขวามือ
(การเคลือบสารนาâ¹มิคโคท)
ทางบริษัทได้จัดให้มีการทดลอง โดยเคลือบสารกระตุ้นแสงลงบนแผ่นกระจก แล้วหยดสีย้อมเมธธิลีนน้ำเงินลงไป เปรียบเทียบกับแผ่นกระจกที่ไม่ได้เคลือบสาร¹Òâ¹ÁÔ¤โฟโต้แคทตาลิสต์ ขอเชิญทุกท่านมาพิสูจน์ด้วยตาของท่านเองได้ที่บริษัทหรือสถานที่สัมนา
|
|
 |
|
|
|
| |